Netnapha 的个人资料 ...照片日志列表更多 工具 帮助

Ch. Netnapha

职业
兴趣
หลังจากอกหักจาก hi5 ก็หันหน้ามาซบอก Space เหมือนเดิม โตขึ้นนะ my space
เข้ามาอ่านแล้ว ต้องเม้นท์ ให้ด้วยนะคะ ^__^
请稍候...
很抱歉,您输入的评论太长。请缩短您的评论。
您没有输入任何内容,请重试。
很抱歉,我们当前无法添加您的评论。请稍后重试。
若要添加评论,需要您的家长授予您相应权限。请求权限
您的家长禁用了评论功能。
很抱歉,我们当前无法删除您的评论。请稍后重试。
您已超过了一天之内允许提供的评论数上限。请在 24 小时后重试。
因为我们的系统表明您可能在向其他用户提供垃圾评论,您的帐户已禁用了评论功能。如果您认为我们错误地禁用了您的帐户,请联系 Windows Live 支持部门
完成下面的安全检查,您提供评论的过程才能完成。
您在安全检查中键入的字符必须与图片或音频中的字符一致。
ก้อเหมือนแววงัย กำลัง งงมันอยู่เนี้ยะ จะทำงัยให้มันสวยๆนะ ปล่อยทีิ้งมันนานแล้วเนี้ยะเปิดไว้ก่อนไฮไฟอีก
แต่มันแต่งอยากกว่าไฮไฟอ่ะ อิอิ ไว้พี่ลักษ์จะเขียนบันทึกแข่งกะแววมั่ง อิอิ
บายจ๊ะแล้วมาแวะใหม่นะ จุ๊บๆ
6 月 23 日
rita发表:
สวัสดีค่ะ น่ารักดีค่ะ ไปละค่ะ
5 月 31 日

Windows Media Player

列表

今日股价

正在加载...

Netnapha

ไม่รู้จะเขียนไปได้นานแค่ไหน แต่ก็ลองดู ตามอารมณ์
第 1 张,共 9 张
6月25日

Talking about up date!!

 

Quote

up date!!
ห่างหายไปนานอีกแล้วเรา ลองเปิดเข้ามาอ่าน blog เก่าๆ ที่เคยเขียนไป รู้สึกตัวเองได้เลยว่า ที่ผ่านมาอารมณ์ในแต่ละช่วงเวลาเป็นยังไงมีทั้ง สุข เศร้า เหงา รัก อกหัก เต็มไปหมด แต่พอลองสังเกตุ ตัวเองอีกที ไอ้ที่ช่วงอกหัก เนี้ย เขียนจังเลย แต่ไอ้ตอนที่มีความสุขนี่หายหัวไปเลยนะเรา
 
ช่างเหมือนการคบเพื่อนยังไงยังงั้น พอมีแฟนมีความสุข มันก็จะหายหัว อย่าว่าแต่มันเลย เราก็เป็น ฮ่าๆๆ แต่พอมีเรื่องทุกข์อกทุกข์ใจ อกหัก รักคุด นึกถึงเพื่อนขึ้นมาทันที ก็อย่างงี้แหละนะเค้าถึงบอกว่า เพื่อนเป็นได้ทุกอย่าง มันไม่เคยคิดค่าปรึกษาเลย แม้แต่บาทเดียว ไม่เหมือนช่างซ่อมเครื่องซักผ้า ที่นี่ แค่เรียกมาดูก็เสียละ 90 ดอลฯ คิดเป็นเงินไทย ก็คงเกือบสามพัน อันนี้เรียกมาดูอย่างเดียวไม่ได้ซ่อม ถ้าซ่อม ก็คงต้องซื้อเครื่องใหม่ถูกกว่า ถึงว่า ฝรั่งที่นี่มันชอบทิ้งเครื่องใช้ไฟฟ้าเต็มไปหมด ด้วยเหตุนี้นี่เอง
 
อ้อ ลืมบอกไป ตอนนี้ฉันมาเรียนที่ออสเตเลียแหละ แหม กว่าจะรู้สึกตัวว่ามาเรียนก็ใกล้ๆ จะจบคอส์ส แล้วเนี้ย เหอะๆ ที่ผ่านมา ไม่ได้เข้ามาอัพเลยตั้งแต่อยู่เมืองไทย ไม่ได้เล่าเรื่องราวที่ผ่านๆ มาเลย มาจนจะปี อยู่แล้ว ก็เล่าย้อนหลังทีละนิดทีละหน่อยละกัน พอดีว่า วันนี้ โรงเรียนปิดเทอม แต่จริงๆ แล้วก็มีเวลาเยอะแยะ มัวแต่นอนหนาวขี้เกียจตัวเป็นขน จนขนยาวแทบจะถักเปียได้ (ขนจริงๆ อิอิ ขนแขนยาว) สงสัยมันหนาว
 
อัพเดท ล่าสุด ตอนนี้กำลังบ้าเห่อ ถักไหมพรม แค่นี้แหละค่ะ ถักผ้าพันคออยู่ ไว้จะมาอัพต่อ ไปถักต่อก่อนดีกว่า อ้อ ย้ายบ้านด้วย จริงๆ แล้วก็ย้ายมาประมาณ สี่รอบแล้วตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ กลับเมืองไทยไปแล้วรอบนึง โอ้โห พอนึกย้อนกลับไปก็นานเหมือนกันแฮะ ไว้มาเล่าต่อค่ะตอนนี้มีความสุขที่สุด บ๊ายบาย ^___^
 
6月23日

up date!!

ห่างหายไปนานอีกแล้วเรา ลองเปิดเข้ามาอ่าน blog เก่าๆ ที่เคยเขียนไป รู้สึกตัวเองได้เลยว่า ที่ผ่านมาอารมณ์ในแต่ละช่วงเวลาเป็นยังไงมีทั้ง สุข เศร้า เหงา รัก อกหัก เต็มไปหมด แต่พอลองสังเกตุ ตัวเองอีกที ไอ้ที่ช่วงอกหัก เนี้ย เขียนจังเลย แต่ไอ้ตอนที่มีความสุขนี่หายหัวไปเลยนะเรา
 
ช่างเหมือนการคบเพื่อนยังไงยังงั้น พอมีแฟนมีความสุข มันก็จะหายหัว อย่าว่าแต่มันเลย เราก็เป็น ฮ่าๆๆ แต่พอมีเรื่องทุกข์อกทุกข์ใจ อกหัก รักคุด นึกถึงเพื่อนขึ้นมาทันที ก็อย่างงี้แหละนะเค้าถึงบอกว่า เพื่อนเป็นได้ทุกอย่าง มันไม่เคยคิดค่าปรึกษาเลย แม้แต่บาทเดียว ไม่เหมือนช่างซ่อมเครื่องซักผ้า ที่นี่ แค่เรียกมาดูก็เสียละ 90 ดอลฯ คิดเป็นเงินไทย ก็คงเกือบสามพัน อันนี้เรียกมาดูอย่างเดียวไม่ได้ซ่อม ถ้าซ่อม ก็คงต้องซื้อเครื่องใหม่ถูกกว่า ถึงว่า ฝรั่งที่นี่มันชอบทิ้งเครื่องใช้ไฟฟ้าเต็มไปหมด ด้วยเหตุนี้นี่เอง
 
อ้อ ลืมบอกไป ตอนนี้ฉันมาเรียนที่ออสเตเลียแหละ แหม กว่าจะรู้สึกตัวว่ามาเรียนก็ใกล้ๆ จะจบคอส์ส แล้วเนี้ย เหอะๆ ที่ผ่านมา ไม่ได้เข้ามาอัพเลยตั้งแต่อยู่เมืองไทย ไม่ได้เล่าเรื่องราวที่ผ่านๆ มาเลย มาจนจะปี อยู่แล้ว ก็เล่าย้อนหลังทีละนิดทีละหน่อยละกัน พอดีว่า วันนี้ โรงเรียนปิดเทอม แต่จริงๆ แล้วก็มีเวลาเยอะแยะ มัวแต่นอนหนาวขี้เกียจตัวเป็นขน จนขนยาวแทบจะถักเปียได้ (ขนจริงๆ อิอิ ขนแขนยาว) สงสัยมันหนาว
 
อัพเดท ล่าสุด ตอนนี้กำลังบ้าเห่อ ถักไหมพรม แค่นี้แหละค่ะ ถักผ้าพันคออยู่ ไว้จะมาอัพต่อ ไปถักต่อก่อนดีกว่า อ้อ ย้ายบ้านด้วย จริงๆ แล้วก็ย้ายมาประมาณ สี่รอบแล้วตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ กลับเมืองไทยไปแล้วรอบนึง โอ้โห พอนึกย้อนกลับไปก็นานเหมือนกันแฮะ ไว้มาเล่าต่อค่ะตอนนี้มีความสุขที่สุด บ๊ายบาย ^___^
 
7月11日

friendship

 
มีคนเคยบอกฉันว่า ฉันโชคดีที่มีเพื่อนที่รักและจริงใจอยู่รอบตัว
โชคดีอีกเรื่องที่พ่วงมาด้วยคือ มีเพื่อนเยอะดี
ไม่ขอปฏิเสธ ทั้งสองอย่าง และ ณ ขนะนี้ฉันรู้สึกมีความสุขจัง
ที่มีเพื่อนที่น่ารัก ได้คิดถึงและยิ้มทุกครั้งที่ได้คุยกัน
 
ซึ่งเพื่อนในนิยามของฉัน (เฉพาะแววคนเดียวนะคะ)
ไม่เจอมันนาน กี่ที กี่ที มันก็จะถามประโยคเดิมๆ ว่าหาย อกหัก รึยัง?
หรือไม่ก็ อกหัก อีกแล้วหรอ ส่วนไอ้ที่เจอบ่อยๆ ก็ไม่พ้นชวนกินเหล้า
พอรู้ว่าไม่สบาย ก็คอยเป็นห่วงเป็นใย มันก็สุขใจไปอีกแบบ
หลากหลายดี
 
เพื่อนม.ต้น ตอนนี้เจอกันแทบทุกอาทิตย์ ต่างคนก็ต่างทำงาน
ในวันทำงาน วันหยุดก็มาเจอกัน มันเหมือนเป็นการยากที่เพื่อนสมัย
ม.ต้น จะรวมตัวกันได้ ยิ่งดูเป็นการยากเข้าไปใหญ่เพราะพวกเรามาจาก
ตจว. กัน รวมตัวกันได้ขนาดนี้ก็ถือว่า โอเค มากๆแล้ว ขนาดเพื่อน
ตอนเรียนโท อยู่กรุงเทพกันเกือบทุกคน อยากจะเจอกันมาก
ยังนัดยากนัดเย็น แต่ก็กำลังจะนัดเพราะทนแรงห่างเหินกันไม่ไหว
 
เพราะต่างคนก็ต่างมีทางเดินชีวิตที่ต้องดำเนินกันไป
บางคนยุ่งมาก บางคนยุ่งน้อย แล้วแต่ลักษณะงานและความรับผิดชอบ
แต่พวกเราก็ยังคุยกันตลอด ส่งเมลโต้ตอบไปมากันบ้างให้หายคิดถึง
มีอะไรก็คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน คิดถึงทีไรก็มีความสุขทุกที
ทีสำคัญ สำหรับฉันทุกคนไม่ได้ใส่หน้ากาก ใส่ฉันเลย
ประทับใจก็ตรงนี้แหละ
 
ชีวิตฉันตั้งแต่ม.ต้น มาจนถึงทุกวันนี้ น้อยครั้งมากที่จะมีโอกาสทะเลาะกับเพื่อน
ถ้าทะเลาะ ก็แค่งอนๆ แล้วรุ่งขึ้นก็ดีกันเพราะเรารู้ว่าต่างคนก็ยังคงรักกัน
เพียงแต่ไม่เข้าใจกันนิดหน่อย แต่ไม่ถึงกับโกรธกันเป็นเดือนเป็นปี
นอกเสียจากว่ามันไม่ขั้นสุด จริงๆ หรือรู้สึกว่าตัวเองถูกทรยศจากความรู้สึก
ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้สิ่งที่ฉันเลือกที่จะปฏิบัติคือ เดินออกมาทันที
แล้วอยู่ในที่ ที่ตัวเองรู้สึกสบายใจและไม่ถูกทำร้ายทางความรู้สึก
อาจจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ฉันเลือกที่จะไม่เจ็บอีก
 
ครั้งแรก ฉันไม่ผิดเพราะฉันไม่รู้อะไรเลยที่มันเกิดขึ้น
ครั้งที่สอง ฉันผิดที่ฉันรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรแล้วฉันเดินออกมาเอง
ครั้งที่สาม ฉันผิดอีกที่ปล่อยให้มันมีครั้งที่สองเกิดขึ้น
 
เพราะฉะนั้นฉันไม่อยากให้มั้นเกิดครั้งที่สามขึ้นอีกแล้ว
ขออยู่แบบนี้จะดีสำหรับฉันที่สุด ได้แค่ไหนก็แค่นั้น
.....เพื่อนที่จริงใจมีไม่กี่คนก็เพียงพอ.....
 
 
 
 
 
 
 
7月9日

ราดหน้าเส้นใหญ่ในวันที่ฉันป่วย

 
เข้าวันที่ 4 แล้วที่นอนเปื่อยไม่ได้ขยับตัวออกจากห้องไปไหนเลย
ไม่ได้มีอาการไข้ขึ้นแบบนี้มานานมากแล้วอย่างมากก็แค่ไอแค๊กๆ
เจ็บคอ นานหน่อยที่จะหาย แต่ไม่ถึงกับทรมาน แต่มาคราวนี้
เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายที่แข็งแรง อยู่ดีๆ ก็ไข้ขึ้นตัวร้อนจี๋ ไม่สบายตัว
เอาซะเลย
 
ที่สำคัญ ไม่ได้เล่นอินเตอร์เน็ต เพราะมันมึน แหะๆ
วันนี้ไข้ลดละ มีแรงขึ้นมาหน่อย ลุกขึ้นมาต่อเน็ต เอาแบบไม่ลืมหูลืมตา
กันเลยทีเดียวลืมไปเลยว่าตัวเองไข้อยู่ ข้าวก็ลืมกิน พอนึกขึ้นได้ก็
ใช้มือถือโทรไปสั่งข้าว วันนี้นึกตั้งนานว่าจะกินไรดี คิด คิด คิด
อ้อ เส้นใหญ่ ราดหน้าดีกว่า ว่าแล้วก็โทรไป ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด
 
แวว : สั่งอาหารหน่อยค่ะ
ป้า  : (ปกติ พี่ผู้ชายรับ) ทานไรดีคะ
แวว : ราดหน้าเส้นใหญ่ค่ะ
ป้า  : อะไรนะคะ (บ่นๆ โทรศัพท์เป็นไรเนี้ย)
แวว : เอ่อ!! - -" ราดหน้าเส้นใหญ่ค่ะ (เริ่มเพิ่มเสียง)
ป้า   :อะไรนะคะ
แวว  : ราดหน้าเส้นใหญ่ค่ะ
ป้า   : ห้องไหนคะ
แวว  : ห้อง หก ตู๊ด ตู๊ด ค่ะ
ป้า  : หา  ห้องไรนะคะ
แวว  : ห้อง หก ตู๊ด ตู๊ดค่ะ
ป้า  : หา ห้องเจ็ดตู๊ด ตู๊ด หรอคะ
แวว  : หกค่ะหก
ป้า   : หา เจ็ด ตู๊ด ตู๊ดหรอ
แวว   : (ไม่รู้จะ หา ไรนักหนานึกในใจตูไม่กินก็ได้ฟะแล้วลดเสียงตัวเองแบบอ่อยๆ ท้อๆ) หกค่ะ
ป้า    : อ๋อ หก ตู๊ดๆ ราดน้าเส้นใหญ่อย่างเดียวนะ
แวว   : ค่ะ (เฮ้อ ได้กินซะที ไอ้เลขหกฟังไม่ได้ยิน ทีอีกสองตัวหลังนี่ชัดเจนเชียวถูกทุกรอบ)
 
ตกลงชั้นพูดเลขหกไม่ชัดหรือป้าแกหูไม่ดี หรือโทรศัพท์มันพังกันแน่ฟะเนี้ย แต่ในที่สุดก็ อิ่ม
 
ปกติคนเป็นไข้เนี้ย ต้องเบื่ออาหาร แต่ทำไมฉันถึงเป็นแล้วมันเจริญอาหารงี้ก็ไม่รู้
ตั้งแต่หลังเมษาเท่าที่จำความได้ น้ำหนักตังพุ่งทะยานขึ้นมา หกโล ได้
นี่ขนาดข้าวยากหมากแพง น้ำหนักตัวช่างแปลผกผัน กับเศรษฐกิจเสียจริง
(เกี่ยวป่าวเนี้ย หุหุ) กางเกงที่เคยใสได้เด๋วนี้ต้องกระแทก หรือบางตัว
ต้องเชิดใส่ แล้วหันมาเอาใจกระโปรงแทน เฮ้อชีวิต กะว่าป่วยคราวนี้
น้ำหนักคงจะลด เปล่าเลยค่ะเปล่า กินกับนอนมันลูกเดียว แถมไม่มีคำว่า
เบื่ออาหารให้ปรากฏแก่สายตามผู้ใกล้ชิด อยากกินโน่นนี่นั่น สั่งใหญ่
ผลที่ตามมาจากการป่วยในครั้งนี้คือ ขาหมู ขาหมู เอิ๊กๆ
 
ขอบคุณผู้ดูแลอย่างใกล้ชิดนะคะ
 
 
 
 
 
7月4日

ศุกร์แห่งชาติ

 
ไม่ได้แวะเวียน มาที่นี่หลายวันละ ตั้งแต่มีอะไรให้เล่นหลายอย่าง ตั้งแต่
Multiply, Facebook เว็ปรุ่น อย่างหลังนี่ติดชนิดไม่ทำการทำงานกันเลยทีเดียว
แต่ก็ดี พอมีเว็ปรุ่นเพื่อนเก่าๆ ที่ไม่ค่อยได้ติดต่อ ก็กระจายข่าวกัน ได้นัดสังสรรค์กัน
แต่รู้สึกว่า จะถี่ไปหน่อยนะคะ เข้าใจว่าคิดถึงกันมาก แต่มันติดกันเลย อาจจะจนได้
ที่คุยกันเจอกันประจำ ก็เล่นแทบเหม็นขี้หน้ากันเลยทีเดียวบ่อยจัดซะขนาดทุกอาทิตย์งี้
เดี๋ยวเพื่อนกลุ่มอื่นหมั่นไส้เอา พาลเลิกคบก็จะต้องมานั่งให้พวกแกเหม็นขี้หน้าไปอีกนาน
ไม่รู้ด้วยนะ
 
ไม่ใช่อะไรหรอก จริงๆ แล้วตูจน เว้ย!! ล่อมันซะทุกศุกร์ ช่วงนี้ก็เลยเหมือนโดน
ภาษีย้อนหลังไงไม่รู้ หลังจากเก็บเนื้อเก็บตัวมาเป็นเดือนเพราะเบื่อโคตรๆ ไม่อยากไปไหน
อยากอยู่กันแค่ สองคน อิอิ >___< (เอ๊ะ ยังไง)
 
หลายเดือนแล้วที่ไม่ค่อยได้ทำความสะอาด ลำไส้ คือ ไอ้หลายเดือนนี่ นับๆ แล้ว แค่ เดือนกว่า
แล้วมันหลายเดือนตรงไหนวะเนี้ย ชักงงตัวเอง ช่วงนี้เลยทำความสะอาดลำไส้ ซะถี่ยิบ
ล้างมันด้วยแอลกอฮอล์ นี่แหละ แต่ไม่หนักมาก เพราะกินด้วยความสุข กับเพื่อนที่น่ารัก
กินเสร็จก็ชักดาบ 555++ อ๊ะ!! ไม่ใช่ จ่ายทีหลังมันคิดดอกด้วยเว้ย เคี่ยวชะมัด นังคุณหญิงเหอะๆ
 
อ๊ะๆ งง ละสิ ว่าคุณหญิงไหน ก็คุณหญิงแย้ม (ยุ้ย) เพื่อนสมัยม.ต้น เมื่อก่อนยุ้ยเรียนอยู่กันคนละห้อง
พอโตขึ้น ไม่สนใครเรียนห้องไหน พอมารวมตัวกันอย่างไม่ได้นัดหมาย (ก็นัดนั่นแหละไม่งั้นจะเจอเรอะ)
ก็เกิดอาการ รักกันซะ ทำเป็นเว็ปรุ่นไปที ล่มไปที เนื่องจากคนดูแล มันบ่นขี้เกียจดู เว็ปเลยล่ม
พอมาช่วงนี้ คือกำลังเซ็งกับอะไรหลายอย่าง มานัดเจอไอ้คนที่มันหายหัว สมาชิกเพิ่มขึ้น
เอาหมด ทั้งกินเหล้า เข้าวัด ทำบุญบ้านเด็กพิการ และไม่พิการ(อันนี้พวกผู้ชายมันแอบไปกัน)
แต่โดยรวมแล้ว ทุกคนรักกันมากขึ้น อยากเจอและโหยหากันและกันมากขึ้น เลยทำเว็ปขึ้นมาใหม่
คราวนี้แหละ งานการไม่ทำมันเลย มานั่งเล่นเว็บบอร์ด กับเพื่อน ยังกะคุย MSN กัน
 
พอติดต่อกันง่ายขึ้น คราวนี้หละ ไม่หนำใจ อยากเจออีก เอ้าๆๆ จัดกันเข้าไป เพื่อนจน หญิงยุ้ยเครียร์
ผู้กอง จัดสถานที่ เจอกันทีไร ก็คุยแต่เรื่องเก่าๆ นี่แหละมั้งเค้าถึงบอกว่าคนอายุเยอะแล้วมักจะชอบ
คุยแต่เรื่องเก่าๆ เลยรู้สึกตัวเองนาทีนี้เอง นี่ชั้นแก่ แล้วหรอ 555+++ ถึงว่า แพ้เด็ก (อันนี้ไม่เกี่ยว)
 
วันนี้พวกคุณๆ (เพื่อน) เอาอีกแล้ว จะไปอีกแล้ว สองสลึง อาทิตย์ก่อนก็ไป ใจนึงก็อยากไป
อีกใจก็ ตรู จะมีเวลาให้ชาวบ้านคนอื่นมั่งจะได้ป่าว เด๋วก็จะไม่ได้เจอกันอีกนานเลย
แต่เพิ่งไปทำผม มาเมื่อวาน คิดไปคิดมา ไม่คุ้มที่จะไปเดี๋ยวฝนตก ไม่ได้เสียดายตังค่าทำผม
แต่ว่า ผมมันจะพาล เจ๊งไปหลายเดือน ต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์ผม อย่างเคร่งคัด
 
แต่กลางเดือนนี้ก็คงหนักไปเลย ฉลองมันอยู่อย่างงั้น ไม่รู้จะฉลองไรเยอะแยะ เหนื่อยจะแย่
ฉลองแล้วเลี้ยงนี่ค่อยน่าไปหน่อย 555+++ แต่ว่าวันนี้ งด ค่ะ งด อย่าได้แอบนินทาชั้นละ
ถ้ารู้จะไปเปิดกระทู้ร้องไห้ในเว็ปบอร์ด ติดกัน สามสัปดาห์ แล้วจะไปป่วนมันทุกทู้ เลย เอาสิ เหอะๆ
 
โอเค นะ
วันนี้ไม่ได้ไปไม่ได้หมายความว่าไม่คิดถึง
วันนี้หายไปไม่ได้หมายความว่า ไม่รู้สึกอะไร
วันนี้หายไป ไม่ได้หมายความว่าไม่รับรู้อะไรเลย
วันนี้หายไป ก็ยังคงเฝ้ามองอยู่และรับรู้ทุกสิ่งอย่าง
 
วันนี้ขอให้เพื่อนเที่ยวให้สนุก
วันนี้ขอให้เพื่อนมีความสุขให้สุดๆ
วันนี้ขอให้เพื่อนดูแลกันและกัน
 
ถึงแม้พรุ่งนี้จะลืมกันไป ก็เพียงแต่ตักตวงความสุขจากวันนี้ให้เต็มที่
เพราะมิตรภาพ และทุกอย่าง ไม่มีทางคาดเดาได้
ความเปลี่ยนแปลงมีได้ตลอดเวลาเท่ากับความเสี่ยง
ตายวันไหนยังไม่รู้ ความเจ็บปวดก็เฉกเช่นเดียวกัน
คาดการณ์ไม่ได้ว่าจะเกิดกับเราตอนไหน เตรียมพร้อมตลอดเวลา
สำหรับการเปลี่ยนแปลง และสิ่งที่จะตามมาจากการเปลี่ยนแปลง
ความเจ็บปวด ความผิดหวัง ความสุข ความสนุกสนาน
ทุกอย่างคือความเสี่ยง ความเสี่ยงเท่ากับความไม่แน่นอน
 
เขียนไปบล๊อกเริ่มเพี้ยน ออกแนว สับสนนิดๆ ไว้แค่นี้ก่อนดีกว่ามีเวลามาเขียนอีกนะ
ไปต่อปากต่อคำ กับเพื่อนในเว็ปบอร์ดดีกว่า (งดแดกดัน 3 วัน) มันส์ส์ส์
 
 
วันนี้วันศุกร์แห่งชาติ ต้นเดือนด้วย ต้องกินต้องเที่ยวให้เข้ากับ concept มนุษย์เงินเดือน
ยังไงก็ขอให้มีความสุข รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ เจอกัน กลางอาทิตย์นะ 555+++
 
ไอ้ที่เป็นเจ้าของกิจการอ่ะ เงินเดือนเพื่อนออกแล้ว ก็หัดจ่ายให้มันด้วยนะ เพื่อนก็ทำงานให้เพื่อนอยู่นะ 555
(แอบแดกนิดๆ)
6月18日

ปวด

วันนี้ปวดท้อง เมน ชะมัด จะปวดอีกถึงเมื่อไหร่ จะปวดอีกนานมั๊ย จะปวดมากขึ้นเรื่อยๆ รึเปล่า
คำถามพวกนี้รู้อยู่แก่ใจดีและมีคำตอบให้กับตัวเองเสมอว่า อีกไม่กี่วันก็หาย แล้วมันก็จะปวดใหม่
ในเดือนถัดไป
 
แต่กับบางอย่าง ไม่รู้เลยว่า จะหายปวดเมื่อไหร่ อีกนานมั๊ย จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกมั๊ย
ยิ่งรู้ยิ่งน้อยใจ ยิ่งรู้ยิ่งปวด ไม่อยากปวดอีกแล้ว แค่เจ็บก็จะทนไม่ไหว
ทำไมต้องปวดด้วยก็ไม่รู้ 
 
แต่สิ่งที่รู้สำหรับคำตอบข้างบนคือ เราไม่สามารถคาดหวังว่าจะให้ใครจริงใจกับเราได้
ทั้งต่อหน้าและลับหลัง รู้แบบนี้แล้ว ก็เจ็บอย่างเดียวพอ ปวดมันหนักเกินไป
 
วันนี้ดูเครียดจัง ไม่เอาดีกว่า ไปกินข้าวละ จะเที่ยงละ เดี๋ยวจะ ปวดท้องซ้ำซ้อน
ไม่รู้ว่าปวดท้องเมน หรือปวดกระเพาะดี ไม่เครียๆๆ ยิ้มๆ
6月13日

Academy Fantasia

 
ไม่ได้ชอบดู AF ซักเท่าไหร่ แต่เมื่อประมาณ สามอาทตย์ก่อน น้องๆที่ออฟฟิศ เปิดดูกัน
ก็แอบฟังเพลงที่เค้าร้องประกวด มีเพลงนึง ซึ่งชอบอยู่แล้ว มันเลยเกิดอาการเตะหู
เพลงนั้นก็คือ แท่น แท๊น .... ขาหมู ของ Tattoo color หรือวง ศักดิ์ศรี นั่นเอง ช่างคิดจริงๆ
คนที่เลือกร้องเพลงนี้ คือ น้องแต๊ป  V3 หนุ่มน้อยร่างใหญ่ อายุเพิ่ง 18 ขวบ แต่ตัวโต๊โต
ก็ตั้งแต่ ได้เห็นน้องแต๊ปร้องเพลง บนเวที ก็เลยแอบเชียร์อยู่ห่างๆ แต่ไม่ถึงกับเป็นแฟนพันธ์แท้
ล่าสุดเมื่อวาน เปิดดูเวปไปมา ไปเจอข่าวของหนึ่งในทีมนักล่าฝัน คนนึงคือ V8 น้องปั๊ม เนื้อข่าว
ก็ประมาณว่า ปั๊มทนความเฟคไม่ไหว อยากออกจากบ้าน ก็เลยมานั่งคิดว่า
 
ณ สถานการณ์หนึ่ง คนเราต้องมีการตั้งเป้าหมายหรือจุดมุ่งหมายแล้วเดินไปตามทางเพื่อให้ถึง
ยังจุดหมายปลายทางที่ตั้งไว้ คนทำงาน เป้าหมายก็คืออยากได้ผลตอบแทนในรูปเงินเดือน
ไปเที่ยวเป้าหมายก็คืออยากได้ความสุขสนุกสนาน การมีคนรักก็อยากมีคนๆนึงอยู่เคียงข้าง
และเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของกันและกัน และอีกสาระพัดสาระเพ สำหรับเป้าหมายและความต้องการ
ของมนุษย์ที่ไม่ค่อยจะมีวันสิ้นสุดหรือรู้สึกพอ ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ
 
สำหรับเส้นทางของนักล่าฝัน ก็เหมือนกันนอกจากเป้าหมายสูงสุดของการเข้าประกวด
ก็คือรางวัลชนะเลิศ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่หวังอย่างนั้น บางคนอาจจะหวังแค่ขอให้ได้เข้าบ้าน
บางคนหวังแค่ อยากได้เพิ่อนเพิ่ม ถ้าชนะก็ถือว่าเป็นของแถม แล้วแต่เป้าหมายหลักของแต่ละคน
แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามเป้าหมายหรือความต้องการของแต่ละคนต่างกัน เป็นธรรมดาที่อาจจะต้อง
เกิดความไม่เข้าใจหรือเสียความรู้สึกเกิดขึ้นบ้าง นั่นคงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดคำว่า "Fake" ขึ้น
ในพจนานุกรมของการประกวดครั้งนี้ สำหรับน้อง V8
 
ในฐานะคนดู อย่างแรกที่คิดคือ ถ้าทนไม่ไหว กับการ เฟค ที่มันเกิดขึ้นและรู้สึกกดดัน
ก็มีอยู่แค่ไม่กี่ทางเลือกที่ต้องตัดสินใจ ทางเลือกที่เห็นชัดเจนคือ แข่งขันต่อ
แล้วทนกับความเฟคที่เกิดขึ้นต่อไป หรือละทิ้งความฝันแล้วเดินออกจากความเฟค
เพื่อกลับมาเป็นตัวของตัวเอง และมีความสุขกับสิ่งที่มีอยู่
 
สำหรับตัวฉันเอง เคยลองเลือกทั้งสองอย่างแล้ว และชั่งน้ำหนักดู ก็พบว่าเลือกอย่างหลัง
มันโอเค ที่สุด แต่ก็ไม่ได้ดีที่สุด และได้ข้อสรุปสำหรับตัวเองอยู่อย่างนึงคือ
ความรู้สึกที่มันเสียไปยากมากที่จะกู้คืนกลับมา เพราะความรู้สึกคนไม่ใช่คอมพิวเตอร์
ที่ทำอะไรผิดไปก็แค่กด Undo แล้วทุกอยากจะคืนกลับมา ดังนั้นทุกวันนี้เลยพยายามเต็มที่
ที่จะรักษาความรู้สึกที่มีต่อคนที่เค้ารู้สึกดีกับเราไว้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
 
...เพราะถ้า เสียความรู้สึกแล้ว มันร้ายกว่าที่นึก ลึกกว่าที่คิด ...
 
6月12日

คลอดกันจริง

 
 
ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไรทำไมมีแต่คนคลอดลูก เอ๊ะไม่ใช่สิมีแต่คนที่รู้จักคลอดลูก
น้องที่ทำงาน เพื่อน แฟนของเพื่อน ที่น่าแปลก คลอดติดกันเลย สามคน สามวัน
10 11 12 มิถุนายน เลขสวยนะเนี้ย กลางปีพอดี แบบนี้แสดงว่าเป็นฤดูกาลวางไข่รึเปล่า
ฝนตก กบก็วางไข่ คนคงเรียนแบบกบ แต่ต่างกันที่ คนอุ้มท้องนานกว่ากบก็เท่านั้น
 
คนอุ้มท้อง 9 เดือน แสดงว่านับย้อนจากนี้ไป คนรู้จักทั้งสามคนก็คงเริ่มตั้งท้อง
ประมาณเดือนกันยายน ของปีที่แล้ว ช่วงนั้นมีเทศกาลไรหว่า คนถึงได้นิยมท้องกัน
เปิดปฏิทินไปมา ก็ไม่เห็นว่าจะมีวันหยุด หรือวันสำคัญอะไร แต่พอเปิดย้อนขึ้นไปอีกเดือน
อ๊ะๆ เดือนสิงหา มีวันแม่นี่หว่า จากสมมุติฐาน การเปิดปฏิทิน น่าจะเพิ่งผ่านเทศกาลวันแม่มา
กลิ่นอายของความรักความอบอุ่นระหว่างแม่ลูก คงเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คน ต่างอยากมีลูก
มั้งนะ อิอิ
 
เมื่อวานไปเยี่ยมหลาน (จริงๆแล้ว 2 วันติดทีไป)ลูกของน้องที่ออฟฟิศมา หน้าตาน่ารักน่าชัง ซะไม่มี อยากอุ้มเป็นที่สุด
แต่ว่าหลานยังอยู่ในตู้อบ คุณพยาบาลยังไม่อนุญาตให้ออก มีแต่ให้แม่ไปให้นม คนมาเยี่ยมก็ได้แต่
มองผ่านกระจก ตาปริบๆ ด้วยความอยากอุ้ม แต่ก็ต้องอดใจไว้ ไว้ออกมาก่อนเหอะ เจอกัน น้องหลิงๆ
เฮ้อ!! พอไปเยี่ยมแล้วเห็นชาวบ้านมีลูก ก็เกิดอาการอยากมีมั่ง อันนี้เป็นความอยากเฉพาะตัว
แต่ว่าเบื่อและไม่ชอบที่สุด 2 โอกาสที่ไป คืองาน แต่งกับ ไปเยี่ยมคนคลอดลูก คือ "คำถาม"
ที่ชอบถามกันนัก ว่าเมื่อไหร่จะมีมั่ง คำตอบว่าเมื่อไหร่ คงตอบไม่ได้ แต่ไอ้ที่อยากตอนนี้และคาดว่า
คงเป็นไปไม่ได้แน่นอนคือ อยากเอานิสัยของคนนั้นนิด คนนี้หน่อยมาใส่รวมกัน แล้วทุบหัวเข้าบ้าน
จะได้ไม่ต้องคอยตอบคำถามพวกนี้ คงมีความสุขแบบพิลึกๆ กันเลยทีเดียว แหะๆ
 
 
 
6月7日

วันเสาร์

 
ตื่นแล้ว ตื่นแล้ว เสียงโทรศัพท์ดังตั้งแต่เช้า แต่ด้วยว่านอนอยู่ก็ไม่รับมันดื้อๆ
ในใจก็นึกว่า เฮ้ย!!  ไม่รู้หรอว่าวันนี้วันหยุด โทรมาทำไรแต่เช้าคนจะนอน
ดูนาฬิกา สิบโมงครึ่งละ ปกติถ้าอยู่บ้านนอก แปดโมงยังไม่ตื่นนี่ แม่งอนแล้ว
แต่ที่นี่กรุงเทพ ไม่ตื่นก็ไม่มีใครงอน แต่จะงอนเพราะไม่รับสายเนี้ยแหละ
 
พอตื่นก็มีประมาณ สิบเอ็ด miss call ไล่ยิงกลับ (ด้วยความงก) โทรกลับมา
มั่งไม่โทรมั่ง แต่มีอยู่เจ้านึง อยู่ดีๆ ก็ วันนี้แกต้องพาชั้นไปเที่ยวแพทตินั่น - -"
ออกแนวเผด็จการ นิดๆ เฮ้ย! ไรวะ ไปรับปากอะไรตอนไหนเนี้ย กำลังมึนๆ งงๆ
เพราะเพิ่งตื่นนอน ไอ้แพทตินั่นเนี้ย ไม่ค่อยจะไปเพราะไม่ค่อยชอบอยู่แล้ว
แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ ไปโดยที่ไม่มีใครมารับ นี่ยิ่งแย่กว่า แล้วยังมาบังคับชั้นอีก
เด๋วเหอะแก 555 แต่ก็รับปาก ว่าไปตอนช่วงบ่าย แต่กลับได้คำตอบว่า
ไม่ได้ ต้องไปตอนนี้ตอนบ่ายเค้าปิดร้านหมด เฮ้ย ไรเนี้ย สรุป ไม่ไปแม่งเลย
ไปวันอื่นละกัน
 
แต่ไม่ใช่ว่า อะไร เพราะวันนี้จริงๆ แล้วต้องทำอะไรต่อมิอะไรตั้งหลายอย่าง
ที่สำคัญไม่ได้กะว่าจะไปไหนในวันนี้อยู่แล้ว งานก็ไม่เสร็จ อยากทำให้เสร็จๆ
พรุ่งนี้จะได้มีเวลาลั่ลล๊า สบายใจ
 
เออ วกเข้ามาเรื่องงาน ก็เริ่มเสียวสันหลัง ว๊าบๆ (ขอแอบบ่น) ปกติแล้ว มักมีคนบ่นว่า
สิ่งที่เรียนไปมักไม่ค่อยได้ใช้เวลาไปทำงานจริงๆ แต่ไม่จริงเลยตอนนี้รู้สึกว่าอยาก
กลับไปเรียน จะได้มีโอกาสได้ถามอาจารย์ในสิ่งที่ต้องใช้ในงาน ตำราเรียนเริ่มถูกขุด
ออกมาใช้งาน นึกถึงหน้าอาจารย์ทุกคนที่เกี่ยวข้องและอยากถามๆๆๆ จะได้ไม่ต้อง
ปวดหัวเปิดหนังสือเล่มเบ่อริ่ม หาบทที่ต้องใช้จริงๆ แต่ยิ่งเปิดหนังสือ ก็ยิ่งต่อเนื่อง
คือมันเป็นอะไรที่ต่อเนืองกัน กว่าจะได้ตรงนี้ต้องคิดตรงนี้ก่อน เป็นแบบนี้วนไปวนมา
บางทีต้องคิดหางก่อนถึงจะได้หัว แล้วค่อยกลับมาคิดหัว งงไปหมด
 
ตอนเรียนมีเวลาทำเป็นเทอมสำหรับรายงาน หนึ่งเล่ม กับเพื่อนในกลุ่มเป็นสิบ
แต่นี่ กรี๊ดดดดด !!! หนึ่งคนกับเวลาอันน้อยนิด ทั้งโปรเจค โธ่เอ๊ย ไปทำงานดีกว่า
แอบแว๊ปมาบ่น แบบนี้ เดี๋ยวก็ ได้แค่นี้จริงๆ เสียเวลานอนชะมัด 55555
 
 
6月6日

ขอเขียนก่อนกลับ

 
เย้ๆ พรุ่งนี้ก็วันหยุดแล้วดีใจจัง แต่วันนี้ ตอนนี้ ร่างกายยังอาศัยอยู่บนตึกสูงชั้น 28
ทั้งๆ ที่ มัน 2 ทุ่มครึ่งแล้ว มันเป็นแบบนี้ มาเกือบ 2 อาทิตย์แล้วที่ต้องกลับบ้านดึก
เพราะงานมันไม่เสร็จซะที จริงๆ แล้วมันทำได้เรื่อยๆ ต่างหาก แต่ว่านั่งไปเรื่อยๆ
ก็ดีเหมือนกัน ไม่เปลือง ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ผลักภาระให้ออฟฟิศ เหมือนรัฐบาล
ผลักภาระภาษีมูลค่าเพิ่มให้ ประชาชนอย่างเรา เอิ๊กๆ
 
ทำงบประมาณไปเรื่อยๆ ภาษาเริ่ม เข้าสู่ บัญชี ซึ่งเป็นวิชาที่ไม่เพียงแต่ไม่ชอบแต่
ออกแนวเกลียดซะด้วยซ้ำ แต่ต้องมานั่งทำเพราะมันคือหน้าที่ เฮ้อ!! ทำไปงง ไป
ยิ่งทำ มันก็ยิ่งเยอะ สาระพัดค่า ไม่รู้อันไหนต้นทุน อั้นไหนค่าใช้จ่าย แล้วอันไหน
ต้นทุนผันแปร อันไหนต้นทุนคงที่ อันไหนค่าใช้จ่ายผันแปร อันไหนคงที่ โอ๊ย
แล้ว tax มาบวกก่อนเสียภาษี หรือ ขอคืนทีหลังเป็นรายได้ เต็มๆ งง วุ้ย
 
ช่างเหอะ เวลาอาทิตย์กว่า ทำให้ชั้นมึนได้ขนาดนี้เลยหรอเนี้ย วันนี้วันศุกร์แท้ๆ
มี 3 กลุ่มชวนไป ฉลองวันศุกร์แห่ชาติ แต่ไม่ไป เพราะเริ่มเบื่อ เริ่มรู้สึกไร้สาระ
เริ่มรู้สึกเสียดายภาษีสังคมพวกนี้ เก็บคืนเรียกคืนจากใครก็ไม่ได้ซะด้วย
แล้ว นอกเสียจากว่า มีคนเลี้ยง อิอิ ว่ากันอีกที ว่าแล้วก็เลือบดูนาฬิกาอีกที แป่ว
นี่มันจะสามทุ่มล้ว โบว์ เร่งๆๆ พี่แววมะไหร่จะกลับ 5 รอบละ ต้องไปก่อนไว้เขียนต่อ
ตอนที่มีรมณ์ ละกัน
 
ขอให้ทุกท่าน มีความสุขในวันหยุดนะคะ  ^__^
 
 
 
尚未添加列表。

天气

正在加载...
尚未添加列表。

自定义 HTML

没有添加内容。
尚未添加列表。